วิธีการที่เรานั้นรักษาสิวผดอย่างมีประสิทธิภาพ 

การที่เรานั้นจะดูแลใบหน้าของเรานั้นไม่ให้เกิดสิวผดที่หน้าของเรานั้นเราต้องเริ่มจากการที่ตัวเราเองเพราะว่าการที่เรานั้นเอาไปจับที่ใบหน้าของตัวเราเองนั้นก็ทำให้เรานั้นเกิดการเป็นสิวได้เหมือนกันโดยการที่เรานั้นไม่ควรที่จะเกา  แคะ  แกะ หรือว่าเรานั้นเอามือไปถูหน้านั้นบ่อยๆเพื่อว่าที่เรานั้นไม่ให้เป็นสิวผดที่เกิดขึ้นและลุกลามนอกจากนี้เรานั้นต้องมีข้อที่ควรจะทำตามดังต่อไปนี้ 

  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี  การที่เรานั้นล้างหน้าที่ถูกต้องคือการที่เราล้างหน้าโดยที่เรานั้นไม่ล้างด้วยน้ำอุ่นการที่เรานั้นล้างหน้าควรที่จะล้าง 2-3 ครั้งต่อวันโดยการที่เรานั้นล้างน้ำเปล่า และเมื่อเรานั้นออกกำลังกายเสร็จแล้วเรานั้นก็ควรที่จะล้างหน้าเลยเพราะว่าคราบเหงื่อและความมัน และแบคทีเรียจะได้ออกไป 
  • ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เรานั้นก็ควรที่จะเลือกที่มีความอ่อนโยนและเหมาะกับสภาพของผิวไม่ว่าเรานั้นจะใช้ครีมอะไรมาบำรุงหน้าก็ตามแต่พอเมื่อถึงเวลาที่เรานั้นต้องล้างหน้าให้สะอาดนั้นเราก็ควรที่จะล้างด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อที่จะไม่ให้การเกิดสิวหรือว่าสิวผดนั้นมาอุดตันไดในภายหลัง 
  • ควรที่จะหลีกเลี่ยงจากแสงแดด  การที่เรานั้นต้องหลีกเลี่ยงจากแสงแดดนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งเพราะว่าเมื่อเรานั้นออกแดดในช่วงกลางวันหรือว่าเรานั้นก็ควรที่จะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ให้เรานั้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากๆเพราะว่าการที่เรานั้นกินทั้งผักและผลไม้ที่มีแร่ธาตุสังกะสีหรือ zinc  ให้มากขึ้นเพราะว่าจะช่วยในการเสริมให้ผิวพรรณของเรานั้นแข็งแรง และการที่เรานั้นดื่มน้ำเปล่าให้มากๆเพื่อที่จะช่วยในการให้ความชุ่มชื้น และปรับสมดุลของร่างกาย 
  • หมั่นดูแลตนเองให้มากขึ้น  การที่เรานั้นดูแลตัวเองไม่ให้มีความเครียดเพราะว่าต่อมไขมันต้องทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุทีทำให้เกิดสิวผดได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะทำให้จิตใจเรานั้นแจ่มใสไม่เครียด อยู่เสมอ รวมไปถึงการที่เรานั้นต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรที่จะนอนดึกเกินไป 
  • พอกหน้าเพื่อที่จะลดสิวผด  พอกหน้าเพื่อที่จะลดสิวผด ด้วยการพอกด้วยสมุนไพร สามารถที่จะช่วยลดสิวผดและสิวอักเสบได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นแป้งโยคี และ ผงพิเศษ  ผสมกับมะนาวสูตรนี้ก็จะช่วยในเรื่องของสิวผดนั้นได้ หรือว่าจะเป็น โยเกิร์ต และผงหอมศรีจันทร์ อันนี้ก็ผสมและสิวอักเสบได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรามีสูตรพอกหน้าตามนี้อ่ะค่ะลองดูนะค่ะ

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

การโน้มน้าวผู้สูงอายุให้ใช้เครื่องช่วยฟัง

         หลายคนคงรู้จักเครื่องช่วยฟังว่าคืออะไรมีประโยชน์อย่างไรมาบ้างแล้ว  ซึ่งเมื่อทราบคุณสมบัติของเจ้าเครื่องนี้ต่างก็จะเห็นประโยชน์ของการใช้งาน ในสำหรับผู้ป่วยวัยทำงาน พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้เครื่องช่วยฟังในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว

เรามักพบปัญหาว่าจะให้พวกท่านใช้เจ้าเครื่องช่วยฟังนี้ได้ยากมาก เพราะคนสูงอายุส่วนมากจะไม่ชอบใช้อะไรที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะกลัว และแน่นอนคนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่อยากใช้อะไรให้ยุ่งยาก กลัวลืมวิธีการใช้ กลัวเครื่องจะแพง กลัวใช้แล้วเครื่องเสีย และยิ่งถ้าหากวิธีการเก็บรักษายุ่งยากอีกละก็ ส่วนใหญ่จะไม่ยอมใช้เลย ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการดีๆ เพื่อเปลี่ยนใจให้ผู้อายุหันมาสนใจใช้เจ้าเครื่องช่วยฟังนี้ได้อย่างไร

          สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ยิ่งอายุมากการทำงานของอวัยวะภายในหูก็จะเสื่อมลงทำให้ประสิทธิภาพการได้ยินลดลงด้วย ดังนั้นเราควรใส่ใจพวกท่านด้วยการพาพวกท่านไปตรวจกับแพทย์ที่โรงพยาบาลที่เป็นแพทย์เฉพาะทางให้แพทย์ชี้แจงถึงปัญหาที่พวกท่านกำลังเป็นอยู่ แพทย์จะอธิบายถึงข้อดีและข้อเสียของการไม่ยินเสียงให้พวกท่านได้ฟัง ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะเชื่อฟังแพทย์มากกว่าเชื่อฟังลูก แต่หากผู้สูงอายุไม่ยอมที่จะไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองเบื้องต้นก่อนผ่าน Application ที่ชื่อว่า eartone

ซึ่งเป็น application สำหรับตรวจวัดค่าการได้ยินเสียงโดยสามารถดาวน์โหลด application นี้มาไว้ที่มือถือ แล้วทำการทดสอบการได้ยินเสียงของพ่อ แม่ พี่น้องคนรอบข้างของเราได้เลย ซึ้งขั้นตอนในการทดสอบไม่ยุ่งยากและไม่น่ากลัว ลักษณะของการทดสอบการฟังจะเหมือนกับเราฟังเพลง และเมื่อทำการทดสอบเสร็จ

เราสามารถส่งผลการทดสอบไปให้กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหูโดยตรงทำการวินิจฉัย และทางแพทย์ก็จะส่งผลกลับมาให้ทราบ หลังจากนั้นเราก็สามารถนำผลการทดสอบนี้ให้ผู้สูงอายุดูและแนะนำเครื่องช่วยฟังให้ทราบรู้จัก พร้อมถึงวิธีการใช้งานว่าที่จริงแล้วไม่ยุ่งยากอย่างที่พวกท่านเป็นกังวล  เราสามารถหาข้อมูลให้พวกท่านดูก่อนได้ผ่านเว็บไซต์ที่มีการจำหน่ายเครื่องช่วยฟัง เพราะในเว็บไซต์เหล่านี้จะมีการแนะนำหลักการใช้งาน ขั้นตอนการทำงานของเครื่องช่วยฟัง พร้อมกับอธิบายถึงข้อดีที่พวกท่านได้รับหากมีการใส่ เครื่องช่วยฟัง เช่น ท่านจะได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นเหมือนปกติ

ไม่ต้องตะโกนเสียงดังให้คนอื่นรำคาญ และที่สำคัญการสื่อสารระหว่างพวกท่านกับคนอื่นจะได้ไม่มีปัญหาอีกต่อไป ซึ่งหากพวกท่านรับทราบข้อมูลของเครื่องช่วยฟังว่ามีประโยชน์และการใช้งานอย่างไรแล้ว มั่นใจได้เลยว่าผู้สุงอายุจะไม่กลัวการใช้เครื่องช่วยฟังอีกต่อไป

หูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

การเป็นหูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

          คนเราเกิดมาไม่ได้โชคดีมีอวัยวะครบ 32  ประการกันทุกคนบางคนโชคดีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่บางคนก็โชคร้ายเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของร่างกาย ทั้งความผิดปกติจากภายนอกที่มองเห็นได้เลยเช่น ความผิดปกติด้านปากแหว่ง หรือความผิดปกติด้านตาบอดตั้งแต่กำเนิด ส่วนบางคนมีคนผิดปกติจากภายใน เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หรือบางคนอาจมีความผิดเกี่ยวกับการได้ยินนั่นก็คืออาการหูหนวกนั่นเอง ซึ่งอาการหูหนวกนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ หรืออาจจะเพิ่งมาเป็นหลังจากที่แม่คลอดออกมาแล้ว และแต่ละอย่างก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน

โดยบทความนี้จะมาพูดถึงสาเหตุความผิดปติของหูตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เพื่อจะได้หาแนวทางบ้างกันได้ 

สำหรับความผิดปกติทางการได้ยินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่นั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ 

    รู้หรือไม่ว่าอาการหูหนวกมีผลมาจากกรรมพันธุ์  ถ้าหากบรรพบุรุษมีใครเคยหูหนวกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อ และแม่ ลูกหรือหลานที่ออกมาก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติทางด้านการได้ยินได้ หรืออาจเป็นโรคหูหนวกได้นั่นเอง  ทั้งนี้ลูกหรือหลานที่เกิดมาแล้วเป็นโรคหูหนวก อาจจะมีพ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งที่หูหนวกก็ได้ แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่มีอาการหูหนวกทั้งคู่โอกาสที่ลูกจะหูหนวกจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่า

    ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหูหนวกตั้งแต่ในท้อง นั้นก็เพราะว่าขณะที่ตั้งครรภ์แม่อาจจะพบปัญหาด้านสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อย

      –    ตอนที่กำลังท้องแม่อาจะได้รับการกระทบกระเทือนที่ท้องอย่างรุนแรง เช่น ถูกรถชน  มีของกระแทกที่ท้อง แล้วส่งผลไปถึงอวัยวะการได้ยินของลูกในครรภ์เมื่อคลอดออกมาลูกก็จะมีความพิการด้านการได้ยิน

      – หรือมีความผิดปกติของอวัยวะตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ เช่น เด็กอาจไม่มีใบหู หรือมีแต่ใบหูเล็กเกินไป ส่งผลกับการได้ยินเหมือนกัน หรืออีกช่วงในขณะที่กำลังคลอดออกมา อาจจะคลอดออกมาผิดท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการได้ยินได้เช่นกัน

     – หรือบางครั้งตอนที่แม่ตั้งท้องอาจป่วยแล้วติดกินยาเพื่อรักษาตัวและยาตัวนั้น มีผลต่อระบบการได้ยินของทารกในครรภ์

และที่สำคัญขณะที่ท้องจะมีโรคบางชนิดที่หากแม่ได้รับเชื้อตอนที่ท้องในช่วง 1-3 เดือนแรกจะมีผลต่อการได้ยินของทารก เช่นโรคหัดเยอรมัน

           จะเห็นได้ว่าสาเหตุอาการผิดปกติจากการที่ไม่ได้ยินเสียงมีมากมายหลายสาเหตุ ดังนั้นในขณะที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีเพราะทุกอย่างที่คุณแม่กินหรือทำจะมีผลต่อลูกในท้องทั้งสิ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย เครื่องช่วยฟัง