Category โรคมะเร็ง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ กับสัญญาณอันตรายของโรค

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปกติมะเร็งลำไส้ใหญ่ และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของหลายประเทศทั่วโลก ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของประชากรส่งผลให้แนวโน้มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และไส้ตรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่สาเหตุการตาย และปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี

ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงติดอันดับเป็น 1 ใน 5 ของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนไทย โดยทั้งนี้อัตราการเกิดโรคก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ปัจจุบันพบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง แต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ 12,467 คน เป็นเพศชาย 6,874 และเพศหญิง 5,593 คน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 4,700 คนต่อปี

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ และพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นมะเร็งโดยเริ่มจากการใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 ปี มะเร็งลำไส้ใหญ่ และโดยที่อาการของไส้ตรงมักจะไม่มีอาการในระยะเริ่มแรกของโรค จะมีอาการเมื่อโรคลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะสุดท้าย ส่งผลทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

สาเหตุของมะเร็งลำไส้

  1. รับประทานอาหารไขมันสูง
  2. อาหารฟาสต์ฟูดต่างๆ
  3. อาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม
  4. อาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ
  5. เนื้อสัตว์แปรรูป
  6. สูบบุหรี่
  7. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  8. ขาดการออกกำลังกาย
  9. ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน
  10. มีประวัติครอบครัวหรือตนเองเป็นติ่งเนื้อในลำไส้
    เป็นต้น

3 สัญญาณอันตราย อาการ “มะเร็งลำไส้”

  1. ถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง ถ่ายไม่สุด ถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด หรืออาจถ่ายเป็นเลือดสด
  2. ขนาดลำอุจจาระเล็กลง
  3. มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด
    เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว ถึงแม้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงจะพบมากจนกระทั่งติด 1 ใน 5 โรคมะเร็งในไทย แต่มะเร็งก็สามารถทำการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการรักษาได้ผลดีและที่สำคัญ คือ มีโอกาสที่จะหายจากการป่วยเป็นโรคสูง โดยผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และไส้ตรงโดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้ง ทั้งนี้หากอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ กรณีพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ใหญ่แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยต่อไป

โรคใหม่ โรคเอ็มเอ็ม รู้ทันแก้ไขทัน

         

              โรคเอ็มเอ็ม เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่หลายคนยังไม่คุ้นเคยนัก โดยโรคดังกล่าวเป็นโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกายและส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตได้

               โรคเอ็มเอ็มมีชื่อเต็มว่า Multiple Myeloma คือโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยา เกิดจากความผิดปกติของพลาสมาเซลล์ ซึ่งเป็นกลุ่มของเซลล์เม็ดเลือดขาว ในผู้ป่วยโรคเอ็มเอ็มพลาสมาเซลล์จะมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติไป ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในร่างกายตามมา

โดยพลาสมาเซลล์ที่เติบโตผิดปกติจะเกิดขึ้นในไขกระดูก ซึ่งในไขกระดูกมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด หากเกิดความผิดปกติขึ้นที่บริเวณนี้ จะส่งผลให้ร่างกายขาดเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ ตามมา ได้แก่ หากร่างกายขาดเม็ดเลือดแดง จะเกิดอาการซีด อ่อนเพลีย และเหนื่อยง่าย หากขาดเกล็ดเลือดจะเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ เพราะเกล็ดเลือดมีหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และเมื่อร่างกายขาดเม็ดเลือดขาว จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง ส่งผลให้ร่างกายเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้พลาสมาเซลล์ที่เติบโตผิดปกติยังส่งผลให้ภูมิคุ้มกันสร้างโปรตีนมากขึ้น ทำให้เลือดมีลักษณะข้นหนืดและก่อให้เกิดภาวะอุดตันที่ส่วนต่าง ๆ ตามมา หากอุดตันที่สมอง จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หากอุดตันที่ไตอาจส่งผลให้ไตวายได้ในที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นโรคเอ็มเอ็มยังทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้ อันเนื่องมาจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ ส่งผลให้เกิดการสร้างสารเคมีชนิดหนึ่งที่ไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ชนิดที่ทำลายกระดูก

โรคเอ็มเอ็ม มักเกิดกับผู้สูงอายุ อายุเฉลี่ยของคนไข้โรคเอ็มเอ็มในประเทศไทยอยู่ที่ 59 ปี นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งทำอาชีพที่ใกล้ชิดกับสารเคมีประเภทยาฆ่าแมลง (เกษตรกร) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปัจจัยใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเอ็มเอ็ม เบื้องต้นได้มีการสันนิษฐานว่าเมื่ออายุมากขึ้นความเสี่ยงต่อการเกิดโรคก็มากขึ้นด้วย และสารเคมีประเภทยาฆ่าแมลงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้

เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น อาจมีความเสื่อมในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบการแบ่งเซลล์ จึงอาจเกิดความผิดปกติของการแบ่งเซลล์ที่พลาสมาเซลล์และทำให้กลายเป็นโรคเอ็มเอ็มได้

สำหรับการสันนิษฐานเกี่ยวกับสารเคมี คือสารเคมีอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสารพันธุกรรมได้ จึงทำให้เกิดเซลล์ชนิดร้ายกลายเป็นเซลล์มะเร็งในไขกระดูก เกิดเป็นโรคเอ็มเอ็มในที่สุด

สถิติของการเกิดโรคเอ็มเอ็มในประเทศไทย พบผู้ป่วยรายใหม่โดยเฉลี่ยต่อปี 300-400 ราย และพบผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวเป็นอัตรา 0.5-1% ของประชากรทั้งประเทศ อัตราที่พบในผู้หญิงและผู้ชายเท่ากัน และอายุโดยเฉลี่ยที่พบคือ 59 ปี

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเอ็มเอ็ม ได้แก่ ภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกผุ ไตวายเฉียบพลัน เกิดภาวะซีด เลือดออกผิดปกติ และร่างกายติดเชื้อได้ง่าย

ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักพบด้วยอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ภาวะซีด หรืออาการอื่น ๆ และตรวจพบว่าเป็นโรคเอ็มเอ็ม หากตรวจพบว่าเป็นโรคเอ็มเอ็ม แพทย์จะทำการประเมินความรุนแรงและทำการรักษา สามารถรักษาได้ 3 วิธี ได้แก่ การให้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง และการปลูกถ่ายไขกระดูก