Archive 2020

เคล็ดลับชะลอผิวเสีย

          สำหรับผู้หญิงอย่างเราแล้ว การดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งสาวๆคนไหนรักสวยรักงามมากเป็นพิเศษก็จะมีวิธีดูแลผิวพรรณนับ 10 ขั้นตอนตั้งแต่ก่อนอาบน้ำจนหลังอาบน้ำใช้เวลาในการดูผิวเป็นชั่วโมงกันเลยทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ ต้องมีการดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะในช่วงหน้าหนาวนั้นปัญหาที่มักพบบ่อย คือ ผิวจะแห้งเสีย ไม่เปล่งปลั่ง ขาแตกเป็นลายทางอย่างกับทางม้าลายแถมบางทีมีอาการคันอีกต่างหาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ของพวกเราเหล่าสาวๆกันเลยทีเดียว ดังนั้นเรามาหาวิธีการจัดการดูแลผิวพรรณชองเราให้เปล่งปลั่งสม่ำเสมอกันเถอะ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวผิวของเราก็จะสวยสดใสอยู่เสมอกับวิธีการดูแลผิวต่อไปนี้ 

  1. ไม่ใช้เครื่องทำน้ำร้อน หรือไม่อาบน้ำอุ่น นั่นเอง เข้าใจว่าหน้าหนาวอากาศมันหนาวสุดขั้วหัวใจ ถ้าอาบน้ำเย็นแล้วกว่าจะทำใจให้อาบได้คงใช้เวลานาน แต่รู้ไหมว่าการที่เราอาบน้ำอุ่นมันเป็นการทำลายผิวสวยๆของเราดีๆนี่เองเพราะน้ำอุ่นจะทำให้ผิวเราแห้งได้ง่าย ขาดความชุ่มชื้นของผิว บางคนติดนิสัยอาบน้ำอุ่นทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาวด้วยซ้ำแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เพื่อผิวสวยๆจะได้เปล่งปลั่งไม่เหี่ยวย่นค่ะ 
  2. หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ทำความสะอาดตัวแต่ให้หันมาใช้เจลอาบน้ำแทน โดยให้เน้นที่มีสวนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเปล่งปลั่งค่ะ
  3. ที่สำคัญถ้าหน้าหนาวให้หยุดเรื่องการขัดผิวไปก่อนนะคะ เพราะการขัดผิวเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเป็นขุย แต่ถ้าหากใครทนไม่ไหว แนะนำให้ใช้เป็นการลูบเบาแทนๆค่ะ หรือจะใช้การขัดผิวจากน้ำนมแทนก็ได้นะคะ วิธีนี้ผิวจะไม่ค่อยเสียและน้ำนมยังให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วยค่ะ 
  4. และทุกครั้งหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว อย่าลืมบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันทีนะคะ
  5.  และที่ขาดไม่ได้สำหรับพวกเราสาวๆเลยก็คือ อย่าลืมมาร์กหน้าเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งเพื่อให้หน้าของเรามีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ 
  6. ถึงแม้ในหน้าหนาวแสงแดดจะอ่อนกว่าหน้าร้อนก็ตาม แต่แสงแดดอ่อนๆแบบนั้นก็ทำร้ายผิวของเราได้ ดังนั้น อย่าลืมทาครีมกันแดดทั้งหน้าและตัวกันด้วยนะคะ อย่าลืมว่าถึงแม้เราจะอยู่ในบ้านแต่แสงก็สามารถทะลุทะลวงมาทำร้ายผิวของเราได้เช่นกันค่ะ 
  7. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หาวิตามินและกูลต้ามาทานเสริมเพื่อให้ผิวพรรณเราสวยสดใสตลอดเวลานะคะและอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือ อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ นอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงรับรองไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ทำร้ายผิวของเราไม่ได้แน่นอนค่ะ 

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

เป็นเอดส์แล้วไม่ตาย

หลายๆ คนคงคิดว่าผู้ที่เป็นโรคเอดส์ หรือผู้ที่ติดเชื่อ HIV เมื่อเป็นแล้วจะต้องพบจุดจบที่ทรมานเป็นอย่างมาก และยังเป็นที่น่ารังเกียจต่อคนรอบข้างและสังคมภายนอกอีกด้วย ผู้ที่เป็นโรคเอดส์นั่นไม่ว่าจะเป็นมาตั้งแต่เกิดหรืพึ่งมาติดตอนมีเพศสัมพันธ์ สังคมภายนอกมักจะมองบุคคลที่เป็นโรคนี้นั่นด้วยสายตาที่เหยียดหยามจนในบางทีมันทำให้เขาเก็บเอาไปคิดมากและอาจทำให้เกิดโรคซึมเศร้าตามมาอีกด้วย

สำหรับคนที่ไม่ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับโรคเอดส์ หรือผู้ที่ติดเชื่อ HIV มากก่อนนั่นอาจจะไม่รู้ว่า ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ และผู้ที่ติดเชื้อ HIV นั่นไม่เหมือนกัน ผู้ที่เป็นโรคเอดส์คือผู้ที่ติดเชื้อ HIV แล้วทำให้เกิดการป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ แต่ผู้ที่ติดเชื่อ HIV คือ ผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV แต่ยังไม่ได้เป็นโรคใดๆ ในอดีตที่ผ่านมาความคิดของคนทั่วไปมักคิดว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์นั่นไม่มีทางรักษาหรอก

คนที่เป็นโรคนี้ต้องตายอย่างทรมานเท่านั่น แต่ใครจะไปคิดว่าปัจจุบันนี้ด้วยความเก่งของในการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการแพทย์นั่น จะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV ถ้าไดเข้ารับการรักษาและปฏิบัติตามที่แพทย์ และกินยาตามที่แพทย์สั่งให้ตรงเวลา มาพบแพทย์อยู่ประจำแล้วล่ะก็ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ก็จะสามารถที่จะใช้ชีวิตเหมือนๆ

กับกับคนปกติทั่วไปในสังคมได้อย่างไต้องมีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์จะได้มีการพัฒนาไปมากแล้วก็ตาม แต่ในปัจจุบันนั่นก็ยังไม่มีวิธีที่จะรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้หายขาดได้ และถ้าใครที่สงสัยว่าตัวเองเสี่ยงที่จะติดเชื่อ HIV แล้วละก็ให้รีบไปตรวจที่โรงพยาบาททันที

และเมื่อผลตรวจออกมาเป็นบวกคุณก็ไม่ต้องตกใจกลัวไป เพราะเมื่อผลตรวจเลือดออกมาเป็นบวกแล้วสามารถที่จะกินยาต้านไวรัสที่โรงพยาบาทได้เลยทันที และบล็อกตรงนั่นไว้แล้วจะทำให้เชื้อไวรัสที่สร้างออกมาแล้วมันก็จะหมดอายุของมันแล้วตายไป

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะพัฒนาจนทำให้ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ และผู้ติดเชื้อ HIV นั่นสามารถที่จะใช้ชีวิตเหมืนกับคนอักทั่วๆ ไปได้ แต่ก็ใช้ว่าจะสามารถทำตามใจตัวเองไปได้ทุกอย่างเลยทีเดียว แต่ทุกสิ่งอย่างที่เราจะตัดสินใจทำอะไรที่มันเกิดความเสียงควรมีการที่จะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ที่เป็นผู้ทำการรักษาเราก่อนเป็นอันดับแรก

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ตัดผมสั้นอย่างไรให้สวยเป๊ะ1

สำหรับการตัดผมสั้นนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนตัดออกมาแล้วจะดูดีเพราะด้วยโครงหน้าของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันไปนั่นเอง ทำให้การตัดผมสั้นจึงไม่เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าหากเป็นคนที่หลงไหลในผมสั้นหรือชอบในการตัดผมสั้นนั้นก็สามารถที่จะตัดได้ แต่ในการตัดผมสั้นก็จะต้องดูว่าผมสั้นทรงไหนนั้นเหมาะกับโครงหน้าของเรานั่นเองก็จะทำให้การตัดผมสั้นนั้นออกมาสวยเป๊ะได้อย่างแน่นอนแม้ในโครงหน้าไหนๆก็ตามและทั้งนี้ทั้งนั้นในการตัดผมสั้นนั้นก็ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของแต่ละบุคคลด้วยนั่นเอง ถ้าหากมีความมั่นใจในตัวเองนั้นก็สามารถที่จะตัดผมสั้นและความมั่นใจนั้นก็จะช่วยให้เรานั้นดูสวยและมีเสน่ห์ในตัวเอง

การเลือกทรงผมให้เข้ากับโครงหน้าของเรานั้น ก็ต้องเริ่มจากการสำรวจโครงหน้าของตัวเอก่อนนั่นเองว่าตัวเองนั้นมีลักษณะโครงหน้าเป็นแบบไหน เช่น โครงหน้ารูปไข่ โครงหน้ารูปวงรี โครงหน้าเหลี่ยม หรือโครงหน้าสั้นเป็นต้น เมื่อมีการสำรวจโครงหน้าของตัวเองแล้วก็อาจจะมีการปรึกษาและเลือกทรงผมกับช่างโดยตรงจะดีที่สุด เพราะช่างทำผมนั้นจะช่วยสามารถแนะนำแนวทางในการตัดผมให้เราได้นั่นเอง

สำหรับคนที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือวงรีนั้น ถือเป็นคนที่เกิดมาค่อนข้างจะโชคดีอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะตัดผมสั้นหรือไว้ผมยาวก็ดูสวยเป๊ะไปสะทุกอย่าง แน่นอนว่าคนที่มีโครงหน้ารูปไข่หรือวงรีนั้นจะสามารถตัดผมสั้นทรงไหนก็ได้ ทั้งสั้นมากหรือปะบ่าก็สวยทั้งนั้น และสำหรับคนที่มีโรงหน้าแบบนี้นั้นถ้าเน้นไปในการตัดผมที่สั้นมากๆก็จะช่วยเพิ่มลุคให้ดูเซ็กซี่และมีความเท่ผสมด้วยนั่นเอง

การตัดผมระดับติ่งหูสำหรับคนโครงหน้ารูปไข่และวงรีนั้นถ้าหากตัดผมระดับติ่งหูก็จะให้ความน่ารักสดใสไปอีกแบบนั่นเอง แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องการตัดหน้าม้า ถึงแม้ว่าคนโครงหน้านี้นั้นจะสามารถตัดผมได้ทุกทรงแต่ในการตัดหน้าม้านั้นอาจจะทำให้หน้าของคนที่โครงหน้ารูปไข่หรือวงรีนั้นสั้นลงก็อาจจะต้องระวังหรือหรืออาจจะตัดเป็นหน้าม้าแบบปัดข้างจะทำให้สวยเป๊ะได้นั่นเอง และสำหรับการตัดผมสั้นระดับบ่าหรือไหล่ ในคนโครงหน้านี้นั้น จะช่วยเพิ่มลุคให้ดูหวานแต่มีความน่ารักสดใสผสมอยู่ด้วย ซึ่งทรงนี้นั้นนิยมในหมู่ผู้หญิงมากๆ เพราะถึงแม้จะผมสั้นแต่ก็ยังสามารถทำผมทรงอื่นๆได้ด้วยนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การทำให้ผมสั้นสวยเป๊ะยิ่งขึ้นก็คือการจัดแต่งทรงผมนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

อาการอาหารเป็นพิษ

ในเวลาที่เรากินอาหารทั่วไปแล้วอยู่ๆเราก็เกิดอาการท้องเสียหรือว่าเรา กินอาหารไปแล้วรู้สึกว่าอาหารที่เรากินไปเลยไม่ย่อยหรือว่าเกิดอาการกระอักกระอ่วง  จนทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องอาเจียนพอเราอาเจียนแล้วรู้สึกว่าเราต้องถ่ายท้องบอีกนั่นคือการที่เราเราถ่ายท้องด้วยแล้วอาเจียร ครั้งเดี่ยวก็ดีแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราถ่ายถึงสามสี่ครั้งนั้นต้องดูแล้วว่าอาการที่เราเป็นเกิดจากการที่เรากินอาหารเป็นพิษและทำให้เราถ่ายท้องจนร่างกายของเราสูญเสียน้ำจนเราต้องหาอาหารมาเสริมหรือว่าเราต้องกินเกลือแร่มากินเพื่อที่จะได้ไม่เกิดภาวะอาการขาดน้ำ

  เพราะว่าถ้าร่างกายของเราขาดน้ำจะทำให้เรารู้สึกว่าร่างกายไม่มีแรง  และถ้าเราถ่ายท้องบ่อยจนทำให้เกิดอาการช็อก ในภาวะที่เราเกิดอาการขาดน้ำ  ดังนั้นเราต้องดูและสังเกตอาการของตัวเองด้วยว่าร่างกายของเราไหวขนาดไหน  

       อาการที่เราถ่ายท้องมากกว่าสามครั้งหรือว่าเราถ่ายท้องมากกว่าสองวันจะทำให้เราเกิดอาการหมดเรี่ยวหมดแรง  ดังนั้นรเราควรที่จะหาของมากินอย่างเช่น  เกลือแร่  หรือว่าร่างกายของเราไม่ไหว เราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะให้หมอนั้นตรวจเช็คร่างกายให้แน่ใจว่าไม่เกิดอาการช็อกเมื่อเรานั้นขาดน้ำ  

   สาเหตุ  ของการที่เรากินอาหารที่พิษ  

เกิดจากการที่เรากินอาหารที่ไม่สุข  หรือว่าอาหารที่เรากินไม่สะอาด จนทำให้ร่างกายของเราเกิดอาการร่างกายของเราไม่รับอาหารที่กินจากนั้นเราจะเกิดอาการที่ท้องร่วง  หรือว่าถ่ายท้อง จากนั้นก็จะเกิดอากการอาเจียน  จนร่างกายของเราแย่  จากนั้นจะเกิดอาการที่เราขาดน้ำ    นอกจากนี้จะทำให้เราแย่ร่างกายของเราจะโทรม  ดังนั้นเมื่อเรารู้สึกว่าร่างกายของเราขาดน้ำการที่เรากินน้ำเป็นเรื่องที่เราต้องกินเพราะว่าไม่อย่างนั้นเราจะเกิดอาการที่ช็อกได้  

  น้ำที่เรากินก็ควรที่จะกินเป็นน้ำเปล่าหรือว่ากินน้ำที่สะอาด เพราะว่าการที่เร่างกายของเราเกิดอากรที่ถ่ายน้ำออกมาเยอะ  นั้นร่างกายของเราต้องต้องการน้ำเป็นอย่างมาก  เราต้องดูแลและใส่ใจในการที่เรารู้ว่าเราเกิดอาการเหล่านี้   หรือว่าเราต้องกินอาหารที่ที่สุขไม่กินอาหารที่กึ่งดิบกึ่งสุขเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการท้องนั้นร่วงได้  ดังนั้นการที่เรารู้จักวิธีการรักษาเบื้องต้นจะได้เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องเสียน้ำในร่างกายมาก  หรือถ้าเรารู้ตัวว่าอาการที่เป็นเป็นรู้สึกว่าอาการไม่ดีขึ้นเราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะได้ให้หมอนั้นตรวจร่างกายของเราให้ครบถ้วน  

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

กัญชา

กัญชาหรือต้นกัญชาเป็นสารเสพติดและออกฤทธิ์ต่อประสาทอีกทั้งยังเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย

ในทางเภสัช องค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสาทเป็นสารหลักของกัญชา คือ เตตระไฮโดรแคนนาบินอล จะพบเจอได้ในพวกต้นกัญชาและยังมีสารอื่นๆอีกที่ส่งผลต่อประสาททำให้เกิดอาการมึนเมาได้ พวกเราจะพบเจอคนที่เสพกัญชาคนที่สูบหรือเสพจะมีอาการอยู่ในภาวะตาลอย ความผ่อนคลายและยังมีการอยากอาหารมากขึ้นอีกด้วย ยังมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการความจำสั้นลงหรือมีอาการตาแดงยังรู้สึกวิตกและหวาดกลัวเพราะคนเหล่านี้ได้เสพเกินขนาดจึงทำให้เกิดอาการเหล่านี้

ในปัจจุบันนี้กัญชาได้มีการวิจัยในการรักษาโรคมีทั้งโทษและประโยชน์ กัญยาถูกขึ้นเป็นยาผิดกฎหมายที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก ในประเทศไทยกัญชาผิดกฎหมายมีคนใช้เพื่อเสพหรือสูบและยังเอาไปใช้ในการรักษาก็มีแต่สังคมยังคงให้คำถามว่าสมควรหรือควรใช้กัญชาให้มันเสรีหรือไม่ ในสังคมประเทศไทยยังมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่จะทำให้กัญชาเสรี บางคนยังมองว่ากัญชายังเป็นภัยต่อสังคม

ในการรักษาโรคได้นำเอากัญชาไปสกัดเพื่อรักษามะเร็งได้ด้วย ตัวอย่าง มีคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งอยู่หนึ่งรายได้เข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่หนึ่งมาหลายครั้งหมอก็บรรเทาอากาศป่วยให้เขาไม่ได้จนหมดปัญญาจนเขาคิดว่าหมดหวังแล้วแต่หมอได้ถามคนไข้ว่าลองสารสกัดกัญชาไหมคนไข้เลยลองตามที่หมอพูดหมอเลยลองหยดให้เขาวันละ 3 หยด

แล้วรอดูอาการ วันแรกที่หยดคนไข้นอนหลับสบายจนหลายวันต่อมาอาการของเขาก็บรรเทาลงไป แต่คนรอบข้างเข้าไปถามหมอว่าใช้อะไรหมอก็ได้แต่เงียบไม่กล้าที่จะพูดออกไปเพราะในไทยกัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมายทำให้หมอไม่กล้าที่จะบอกอะไรไป หมอยังคงศึกษากัญชาต่อไปเพื่อจะใช้ในการแพทย์พอใช้ให้คนไข้ก็ไม่มีอาการอะไรทำให้หมอรู้สึกได้ว่าสารสกัดนี้ปลอดภัยจึงได้บอกหมอคนอื่นว่าสารสกัดกัญชาใช้ในการรักษาได้บางคนก็เห็นควรด้วยบางคนก็ไม่เห็นด้วยหมอแค่ต้องการให้คนไข้อาการดีขึ้นเท่านั้น

กัญชาในปัจจุบันถูกจำกัดแต่ถ้าหากในอนาคตกัญชาถูกกฎหมายคงจะได้ใช้ประโยชน์มากกว่าตอนนี้และยังวิจัยเพิ่มได้อีกคงจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนได้แน่นอน กัญชาถ้าเอาไปใช้ในการเสพจะเป็นโทษที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ถ้าหากใช้ในการรักษาจะมีประโยชน์ต่อทุกคน

 

ขอบคุณ สมัครเว็บหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

เริ่มหัดลดน้ำหนัก

เชื่อว่าการได้ทานอาหารอร้อยๆ ของที่ชอบ ของโปรด ถือว่าเป็นอีก 1 ความสุขของใครหลายๆคน แต่มันจะดีกว่าหรือไม่ถ้าหากว่าคุณทานสิ่งเหล่านั้นไปด้วยการรักสุขภาพ ถึงแม้อาหารจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือของโปรดที่ทำให้คุณมีความสุข ถ้าหากว่าทานมากจนเกินไปก็จะสามารถทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายคุณได้ แน่ๆแหละคือเรื่องของน้ำหนักตัว และรูปร่างไม่สมส่วน ที่เป็นปัญหากวนใจของสาวๆหลายคนเลยทีเดียวก็ว่าได้ เราไม่ได้จะบอกว่าให้คุณงดทานอาหารเหล่านั้นนะ อาหารทุกชนิดทุกอย่างนั้นคุณสามารถทานได้อย่างปกติ

และนี้แหละจึงเป็นที่มาของบทความนี้ เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงกันว่า คุณจะเริ่มลดหุ่น ลกน้ำหนักอย่างไรดี อันที่จริงแล้วทุกๆคนคงจะทราบกันดีอยู่ ซึ่งเป็นวิธีการพื้นฐานอย่างการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย แต่สำหรับบางคนอาจจะเริ่มไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เอาล่ะเดี๋ยวมาบอกต่อเคล็ดลับที่จะทำให้คุณสามารถทำมันได้อย่างต่อเนื่องได้ง่ายๆ อย่างแรกคือการควบคุมอาหาร ปัจจัยหลักของการลดน้ำหนัก ลดหุ่น คือ อาหาร เรามีน้ำหนักและสัดส่วนที่เกินออกมานั้นเป็นอาหารทั้งสิ้น ที่อาจจะเกิดจากการทานอาหารบางชนิดเปลี่ยนเป็นไขมันไปอุดตามส่วนต่างๆของร่างกาย

หรืออาหารไม่ย่อยตกค้างอยู่ในร่างกาย หรือทานอาหารบางชนิดมากจนเกินไป ทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ทัน เราควรคำนวณคำนึงถึงการทานอาหารให้มาก พยายามลดปริมาณอาหารในแต่ละครั้งให้น้อยลง โดยไม่ใช้การหักดิบในการลดทีเดียว เพราะร่างกายเราจะไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงแบบหักดิบ ซึ่งถ้าหากทำแบบนั้นแล้วจะทำให้ร่างกายรู้สึกหิวมากกว่าเดิมและกลับมากินมากกว่าเดิมอีกด้วย อย่างที่สองก็คือ การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นปัจจัยรองลงมาจากการควบคุมอาหาร หลายคนมีความเชื่อที่ว่ายิ่งออกำลังกายเยอะๆ ออกกำลังกายหนักๆ

จะผอมเร็ว ถามว่าความคิดนี้ถูกหรือไม่ ก็ถูกนะ แต่ก็ต้องทานอาหารให้สมดุลด้วยเช่นกัน เพราะการออกำลังกายจะต้องอาหารพลังงานจากร่างกาย และพลังงานเหล่านั้นก็มาจากการทานอาหาร ถ้าหากว่าเราลกปัจจัยของอาหารลง เน้นการออกกำลังกายมากกว่าจะทำให้เราไม่เรี่ยวแรงในการออกกำลังกาย และถึงแม้ว่าจะผอมเร็วเพราะในเมื่อร่างกายไม่มีสารอาหารใดๆดึงเอาไปเผาผลาญ ร่างกายเลยจะดึงไขมันมาเผาผลาญ ทำให้หลายคนๆมองว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ผอมเร็ว ถึงว่าคุณจะผอมลง น้ำหนักลดลง แต่สุขภาพภายในของคุณกำลังจะแย่เพราะถูกใช้งานหนัก

ร่างกายต้องการสารอาหารเพื่อดูดซึมเอาไปซ้อมแซมส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะถ้าหากไม่มีสารอาหารประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายก็แย่ลง ซึ่งในการออกกำลังกายครั้งหน้าอาจจะทำให้คุณบาดเจ็บได้  เพราะฉะนั้นเราควรให้การทานอาหารเป็นหลัก และการออกกำลังกายเป็นรอง และทรงตัวให้สมดุลกัน เท่านี้เราก็จะสามารถเดินทางต่อไปตามเป้าหมายได้แล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

การโน้มน้าวผู้สูงอายุให้ใช้เครื่องช่วยฟัง

         หลายคนคงรู้จักเครื่องช่วยฟังว่าคืออะไรมีประโยชน์อย่างไรมาบ้างแล้ว  ซึ่งเมื่อทราบคุณสมบัติของเจ้าเครื่องนี้ต่างก็จะเห็นประโยชน์ของการใช้งาน ในสำหรับผู้ป่วยวัยทำงาน พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้เครื่องช่วยฟังในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว

เรามักพบปัญหาว่าจะให้พวกท่านใช้เจ้าเครื่องช่วยฟังนี้ได้ยากมาก เพราะคนสูงอายุส่วนมากจะไม่ชอบใช้อะไรที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะกลัว และแน่นอนคนสูงอายุส่วนใหญ่ไม่อยากใช้อะไรให้ยุ่งยาก กลัวลืมวิธีการใช้ กลัวเครื่องจะแพง กลัวใช้แล้วเครื่องเสีย และยิ่งถ้าหากวิธีการเก็บรักษายุ่งยากอีกละก็ ส่วนใหญ่จะไม่ยอมใช้เลย ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการดีๆ เพื่อเปลี่ยนใจให้ผู้อายุหันมาสนใจใช้เจ้าเครื่องช่วยฟังนี้ได้อย่างไร

          สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ยิ่งอายุมากการทำงานของอวัยวะภายในหูก็จะเสื่อมลงทำให้ประสิทธิภาพการได้ยินลดลงด้วย ดังนั้นเราควรใส่ใจพวกท่านด้วยการพาพวกท่านไปตรวจกับแพทย์ที่โรงพยาบาลที่เป็นแพทย์เฉพาะทางให้แพทย์ชี้แจงถึงปัญหาที่พวกท่านกำลังเป็นอยู่ แพทย์จะอธิบายถึงข้อดีและข้อเสียของการไม่ยินเสียงให้พวกท่านได้ฟัง ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะเชื่อฟังแพทย์มากกว่าเชื่อฟังลูก แต่หากผู้สูงอายุไม่ยอมที่จะไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล เราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองเบื้องต้นก่อนผ่าน Application ที่ชื่อว่า eartone

ซึ่งเป็น application สำหรับตรวจวัดค่าการได้ยินเสียงโดยสามารถดาวน์โหลด application นี้มาไว้ที่มือถือ แล้วทำการทดสอบการได้ยินเสียงของพ่อ แม่ พี่น้องคนรอบข้างของเราได้เลย ซึ้งขั้นตอนในการทดสอบไม่ยุ่งยากและไม่น่ากลัว ลักษณะของการทดสอบการฟังจะเหมือนกับเราฟังเพลง และเมื่อทำการทดสอบเสร็จ

เราสามารถส่งผลการทดสอบไปให้กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหูโดยตรงทำการวินิจฉัย และทางแพทย์ก็จะส่งผลกลับมาให้ทราบ หลังจากนั้นเราก็สามารถนำผลการทดสอบนี้ให้ผู้สูงอายุดูและแนะนำเครื่องช่วยฟังให้ทราบรู้จัก พร้อมถึงวิธีการใช้งานว่าที่จริงแล้วไม่ยุ่งยากอย่างที่พวกท่านเป็นกังวล  เราสามารถหาข้อมูลให้พวกท่านดูก่อนได้ผ่านเว็บไซต์ที่มีการจำหน่ายเครื่องช่วยฟัง เพราะในเว็บไซต์เหล่านี้จะมีการแนะนำหลักการใช้งาน ขั้นตอนการทำงานของเครื่องช่วยฟัง พร้อมกับอธิบายถึงข้อดีที่พวกท่านได้รับหากมีการใส่ เครื่องช่วยฟัง เช่น ท่านจะได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นเหมือนปกติ

ไม่ต้องตะโกนเสียงดังให้คนอื่นรำคาญ และที่สำคัญการสื่อสารระหว่างพวกท่านกับคนอื่นจะได้ไม่มีปัญหาอีกต่อไป ซึ่งหากพวกท่านรับทราบข้อมูลของเครื่องช่วยฟังว่ามีประโยชน์และการใช้งานอย่างไรแล้ว มั่นใจได้เลยว่าผู้สุงอายุจะไม่กลัวการใช้เครื่องช่วยฟังอีกต่อไป

ประโยชน์ของผักแต่ละสีมีประโยชน์อะไรบ้าง

อย่างที่เราทราบกันดีว่าผักนั้นมีประโยชน์มีทั้งวิตามินและเกลือแร่และแร่ธาตุต่างๆอีกมากมายการกินผักนอกจากเราจะได้สารอาหารจากผักแล้วเส้นใหญ่จากผักยังจะช่วยให้เราไม่พบกับปัญหาท้องผูกอีกด้วยหลายคนในปัจจุบันมักจะไม่นิยมกินผักส่วนใหญ่ไม่ชอบเพราะเด็กเด็กคุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้บังคับให้กินและเมื่อโตขึ้นมาก็มักจะไม่ยอมกินผักในรูปแบบของการแปรรูปเป็นแบบอื่นไม่ว่าจะเป็นผักในรูปแบบของทำเป็นเมล็ดยาหรือทำเป็นน้ำผักแต่การกินผักที่ดีที่ถูกต้องนั้นควรจะกินผักที่เป็นลำต้นที่มีใบถึงจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงเรามาดูกันว่าผักมีหลายชนิดแต่ละชนิดก็มีหลายสีคุณเคยรู้หรือไม่ว่าสีของผักแต่ละชนิดมีประโยชน์เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

วันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลเหล่านี้ให้ทราบกัน  

1 สีแรกที่แนะนำเลยคือสีเขียวซึ่งเป็นสีที่เราเห็นกันได้โดยทั่วไปผักสีเขียวจะช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดีช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระผักสีเขียวที่เราเห็นที่กินง่ายเช่นผักตำลึงผักคะน้าผักบล็อกโคลี ผักบุ้งหรือแม้แต่ผักกาดเป็นต้นถ้าพรุ่งนี้หาซื้อได้ง่ายทั้งตามตลาดสดและตามห้างสรรพสินค้าราคาไม่สูงมากนักกินง่ายอร่อยและสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง

2 ผักสีม่วงเราจะเห็นผักสีม่วงได้จากกะหล่ำปีสีม่วงหรือมะเขือม่วงซึ่งผักชนิดนี้ไม่ค่อยนิยมนำมากินกันเพราะค่อนข้างหาซื้อยากจะหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าเท่านั้นตามตลาดสดมักจะไม่ค่อยมีมาขายแต่คุณสมบัติของผักสีม่วงนั้นช่วยในเรื่องของการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและยังช่วยป้องกันอันตรายที่มาสะสมอยู่ในเส้นเลือดได้ดีอีกด้วย

3 ผักสีขาวโดยมากแล้วเราจะเห็นผักสีขาวเช่นผักกาดขาวหรือพวกผักหัวไชเท้าส่วนใหญ่แล้วนำทางพรุ่งนี้มาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารเช่นน้ำซุปผักที่มีสีขาวจะไม่มีกินเหม็นเขียวทำให้ทานได้ง่ายและคุณประโยชน์ของผักสี่นี้คือช่วยในเรื่องของการย่อยอาหารและต้านทานเชื้อโรคของมะเร็ง

4 ผักสีส้ม ซึ่งผักสีนี้จะได้แก่  แครอทซึ่งเราสามารถนำแครอทมาเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารเช่นการผัดผักหรือสีส้มจากฟักทองซึ่งโดยส่วนมากแล้วเราสามารถนำฟักทองมาต้มกินธรรมดาหรือใช้แกงกับหมูก็อร่อยได้เหมือนกัน

5 และสุดท้ายผักสีแดงซึ่งเราจะพบได้จากมะเขือเทศและพริกหวานสำหรับข้อดีของพรรคสีแดงนั้นจะช่วยในเรื่องของการไม่ให้เราแก่เร็ว

 

ขอบคุณ ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน  ที่ให้การสนับสนุน

หูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

การเป็นหูหนวกตั้งแต่กำหนดเกิดจากอะไร

          คนเราเกิดมาไม่ได้โชคดีมีอวัยวะครบ 32  ประการกันทุกคนบางคนโชคดีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่บางคนก็โชคร้ายเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของร่างกาย ทั้งความผิดปกติจากภายนอกที่มองเห็นได้เลยเช่น ความผิดปกติด้านปากแหว่ง หรือความผิดปกติด้านตาบอดตั้งแต่กำเนิด ส่วนบางคนมีคนผิดปกติจากภายใน เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว หรือบางคนอาจมีความผิดเกี่ยวกับการได้ยินนั่นก็คืออาการหูหนวกนั่นเอง ซึ่งอาการหูหนวกนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ หรืออาจจะเพิ่งมาเป็นหลังจากที่แม่คลอดออกมาแล้ว และแต่ละอย่างก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน

โดยบทความนี้จะมาพูดถึงสาเหตุความผิดปติของหูตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เพื่อจะได้หาแนวทางบ้างกันได้ 

สำหรับความผิดปกติทางการได้ยินตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่นั้น มีด้วยกันหลายสาเหตุ 

    รู้หรือไม่ว่าอาการหูหนวกมีผลมาจากกรรมพันธุ์  ถ้าหากบรรพบุรุษมีใครเคยหูหนวกมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพ่อ และแม่ ลูกหรือหลานที่ออกมาก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติทางด้านการได้ยินได้ หรืออาจเป็นโรคหูหนวกได้นั่นเอง  ทั้งนี้ลูกหรือหลานที่เกิดมาแล้วเป็นโรคหูหนวก อาจจะมีพ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งที่หูหนวกก็ได้ แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่มีอาการหูหนวกทั้งคู่โอกาสที่ลูกจะหูหนวกจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่า

    ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหูหนวกตั้งแต่ในท้อง นั้นก็เพราะว่าขณะที่ตั้งครรภ์แม่อาจจะพบปัญหาด้านสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อย

      –    ตอนที่กำลังท้องแม่อาจะได้รับการกระทบกระเทือนที่ท้องอย่างรุนแรง เช่น ถูกรถชน  มีของกระแทกที่ท้อง แล้วส่งผลไปถึงอวัยวะการได้ยินของลูกในครรภ์เมื่อคลอดออกมาลูกก็จะมีความพิการด้านการได้ยิน

      – หรือมีความผิดปกติของอวัยวะตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ เช่น เด็กอาจไม่มีใบหู หรือมีแต่ใบหูเล็กเกินไป ส่งผลกับการได้ยินเหมือนกัน หรืออีกช่วงในขณะที่กำลังคลอดออกมา อาจจะคลอดออกมาผิดท่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการได้ยินได้เช่นกัน

     – หรือบางครั้งตอนที่แม่ตั้งท้องอาจป่วยแล้วติดกินยาเพื่อรักษาตัวและยาตัวนั้น มีผลต่อระบบการได้ยินของทารกในครรภ์

และที่สำคัญขณะที่ท้องจะมีโรคบางชนิดที่หากแม่ได้รับเชื้อตอนที่ท้องในช่วง 1-3 เดือนแรกจะมีผลต่อการได้ยินของทารก เช่นโรคหัดเยอรมัน

           จะเห็นได้ว่าสาเหตุอาการผิดปกติจากการที่ไม่ได้ยินเสียงมีมากมายหลายสาเหตุ ดังนั้นในขณะที่ตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีเพราะทุกอย่างที่คุณแม่กินหรือทำจะมีผลต่อลูกในท้องทั้งสิ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย เครื่องช่วยฟัง

ภาวการณ์หยุดหายใจขณะที่กำลังหลับเป็นอย่างไร


สภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับ เป็นภาวการณ์ที่มีการหยุดหายใจระยะสั้นๆ บ่อยๆ ในขณะนอน อาการนี้เกี่ยวโยงกับปัญหาหลายประเภทของเส้นเลือดหัวใจ และก็หนึ่งในปัญหานั้นเป็น ภาวะความดันโลหิตสูง หากว่ายังไม่มีหลักฐานรับรองว่า สภาวะนี้นำไปสู่ความดันเลือดสูง หรือในทางตรงกันข้าม แต่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันระหว่างภาวการณ์นี้ทั้งคู่ ที่ผู้เจ็บป่วยชอบมีลักษณะอาการไปพร้อมเพียงกัน และก็ยังมีหลักฐานการันตีว่า ผู้เจ็บป่วยที่มีสภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังหลับ มีการเสี่ยงสูงขึ้นมากยิ่งกว่าที่จะเกิดภาวะภาวะความดันโลหิตสูง ในขณะหลับ

เมื่อคุณหยุดหายใจชั่วครู่ จำนวนออกซิเจนภายในร่างกายจะลดน้อยลง ซึ่งกระตุ้นการตื่นตัวของสมอง เมื่อเกิดภาวะนี้ สมองจะสั่งไปยังระบบประสาท ให้เส้นโลหิตบีบตัว เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของออกสิเจนไปยังอวัยวะสำคัญ พูดอีกนัยหนึ่งหัวใจแล้วก็สมอง ปฏิกิริยานี้ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น รวมทั้งเพิ่มภาระหน้าที่ให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานมากขึ้น กลไกที่ว่านี้กำเนิดซ้ำหลายๆ ครั้งในเวลากลางคืนขณะหลับ เพราะว่าภาวการณ์หยุดหายใจขณะที่กำลังหลับ ในบางครั้ง เมื่อคนไข้ตื่นเพราะหยุดหายใจ ร่างกายจะตกอยู่ในภาวการณ์เคร่งเครียด รวมทั้งจะสนองตอบโดยการหลั่งฮอร์โมน ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจมากขึ้น และก็เส้นโลหิตขยายตัว ส่งผลให้เกิดความดันเลือดสูง เมื่อเกิดภาวะนี้บ่อยๆ ในเวลากลางคืน ความดันโลหิตสูงและร้ายแรงขึ้นตามไปด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า การหยุดหายใจนั้นใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาทีจนถึงขึ้นหลายนาที รวมทั้งอาการจะเกิดขึ้นสูงสุดถึง 30 ครั้ง หรือมากยิ่งกว่า ในช่วงเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง อาการนี้มีผลต่อประสิทธิภาพการนอนของคนป่วย ซึ่งบางทีอาจทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อภาวการณ์ทางร่างกายแล้วก็จิตใจของคนไข้ สำหรับคนไข้ที่ได้รับการตรวจวิเคราะห์ว่า มีความดันโลหิตสูง อาการหยุดหายใจขณะกำลังนอนหลับ จะมีผลให้สภาวะความดันร้ายแรงมากยิ่งขึ้น ถ้าหากมิได้รับการดูแลและรักษาอย่างทันทีทันควัน

แนวทางต่อสู้กับการหยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับและก็ภาวะความดันโลหิตสูง
แม้คุณอยู่ระหว่างการดูแลรักษาความดันโลหิตสูง นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงการทานอาหาร บริหารร่างกายเป็นประจำ หรือการกินยาแล้ว คุณควรจะเข้ารับการตรวจ เพื่อวิเคราะห์สภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังหลับด้วย หนึ่งในแนวทางการรักษาความดันโลหิตสูงก็คือ การดูแลรักษาสภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังนอนหลับ จากผลการศึกษาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า สภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังหลับไม่เฉพาะแต่จะมีผลให้ภาวะความดันโลหิตสูงในเวลากลางคืนเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังเพิ่มระดับความดันเลือดในตอนกลางวันอีกด้วย การดูแลและรักษาสภาวะหยุดหายใจขณะที่กำลังหลับ สามารถจัดแจงกับสภาวะปัญหาที่เกิดจากทางการนอน แล้วก็ความดันโลหิตสูง เพื่อประสิทธิภาพของสุขภาพโดยรวมที่ดียิ่งขึ้น

ถ้าเกิดคุณมีความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว คุณควรจะเข้ารับการวัดอาการหยุดหายใจขณะที่กำลังหลับ ถ้าเกิดคุณไม่มีอาการภาวะความดันโลหิตสูง แม้กระนั้นมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวการณ์หยุดหายใจขณะที่กำลังหลับ คุณก็ควรจะเข้ารับการตรวจ รวมทั้งการเข้ารับการดูแลรักษาอาการเป็นเรื่องที่ควรทำโดยด่วน เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ที่บางทีอาจตามมาในระยะยาว