Archive กันยายน 2019

คอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคอะไรบ้าง

แพทย์แนะอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มันและทอด เน้นอาหารที่ทำจากพืชผัก หรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา และปรุงอาหาร ต้ม นึ่ง ยำ แทนการใช้น้ำมันเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคร้าย

คอเลสเตอรอล คืออะไร?
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อที่นำไปใช้ในกระบวนการสร้างเซลล์ต่างๆ แต่หากมีระดับคอเลสเตอรอลมากเกินไปจะมีความเสี่ยง ทำให้เกิดโรค เพราะคอเลสเตอรอลจะไปเกาะบริเวณผนังหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

อาหารคอเลสเตอรอลสูง
สำหรับอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะพบในเนื้อสัตว์ติดมัน ของทอด ของหวานที่มีส่วนผสมครีม เนย ชีส เป็นต้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงโดยเน้นการทานอาหารที่ทำจากพืชผัก หรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เน้นการปรุงอาหาร ต้ม นึ่ง ยำ แทนการใช้น้ำมันเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคร้าย

อันตรายจากคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเสริมว่า การทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ทำให้เกิดอันตรายมากกว่าที่ประชาชนคิด ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง อาจเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อาทิ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งโดยปกติไม่ควรรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลมากกว่า 300 มก.ต่อวัน

วิธีลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

  1. ลดการรับประทานเนื้อติดมัน อาหารปิ้งย่าง อาหารทะเล อาหารทอด เบเกอรี่ ขนมหวาน ไม่ควรทานเยอะจนเกินความจำเป็น
  2. ควรออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน
  3. ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป นอกจากทำลายตับแล้ว ก็ยังส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลได้
  4. งดการสูบบุหรี่ สารเคมีจากบุหรี่เป็นตัวการสำคัญที่เข้าไปขัดขวางการทำงานของคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี ทำให้คอเลสเตอรอลส่วนเกินไม่สามารถลำเลียงไปยังตับได้ เป็นเหตุให้หลอดเลือดตีบเนื่องจากการสะสมของคอเลสเตรอลที่ผนังหลอดเลือดและกลายเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งในที่สุด

รู้ทันภาวะข้อไหล่ติดยึด

ข้อไหล่ เป็นข้อต่อที่สำคัญอันหนึ่งของร่างกาย ข้อไหล่ประกอบไปด้วย กระดูกหัวไหล่ Humerus และ กระดูกเบ้าหัวไหล่ Glenoid ซึ่งลักษณะทางกายภาพนั้นจะคล้ายกับ ลูกกอล์ฟบนแท่นที ความมั่นคงของข้อไหล่จึงต้องอาศัยเยื่อหุ้มข้อไหล่ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อโดยรอบเพิ่อให้สามารถขยับได้ตามต้องการ เช่น การเอื้อมหยิบของเหนือศรีษะ การอ้อมแขนเกาหลัง หรือ การใส่เสื้อผ้า

ภาวะข้อไหล่ติดยึด

ภาวะข้อไหล่ติดยึด สามารถพบได้บ่อยในช่วงวัยกลางคน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยมักจะมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ ทำให้มีความลำบากในการทำกิจกรรมประจำวัน เช่น สวมเสื้อ เกาหลัง หรือทำให้มีอาการปวดหัวไหล่เวลานอน อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆได้แก่

Primary Stiff Shoulder คือ ภาวะข้อไหล่ติดยึดโดยไม่มีสาเหตุ

Secondary Stiff Shoulder คือ ภาวะข้อไหล่ติดยึดโดย เกิดจากพยาธิสภาพในข้อไหล่ เช่น จากอุบัติเหตุเกี่ยวกับหัวไหล่ หรือ จากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ โรคไต โรคหัวใจ ฯลฯ

ระยะข้อไหล่ติดยึด

การดำเนินโรคข้อไหล่ติดยึดนั้นมี 3 ระยะ

  • ระยะอักเสบ (Inflammatory Phase)
  • ระยะข้อยึดติด (Frozen Phase)
  • ระยะคลายตัว (Thal Phase)

การวินิฉัยภาวะข้อไหล่ติดยึดนั้น นอกจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายแล้ว ต้องมีการส่ง X Ray, Ultrasound หรือ MRI เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการติดยึด เพื่อการวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง

การรักษาภาวะข้อไหล่ติดยึด

การรักษาแบ่งได้เป็น 2 แบบได้แก่

การรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้แก่

  • การทานยา
  • การฉีดยา steroid
  • การทำกายภาพบำบัดเพิ่มวิสัยการเคลื่อนไหวข้อไหล่

 

การรักษาโดยการผ่าตัด เมื่อได้ทำการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาอย่างน้อย 6-12เดือนแล้วยังมีภาวะไหล่ติดยึดอยู่แล้วเป็นปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันจึงจะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด ปัจจุบันมีการรักษาแบบ

  • ส่องกล้องข้อไหล่ ซึ่งได้ผลดีและมีการฟื้นตัวได้เร็ว ทำให้การรักษาภาวะข้อไหล่ติดยึดนั้นไม่น่ากลัวอีกต่อไป

โดยปกติแล้ว ภาวะไหล่ติดยึดโดยไม่มีสาเหตุนั้น สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นข้อไหล่ติดยึดโดยมาสาเหตุ เช่น เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดหรือมีความผิดปกติของกระดูกหัวไหล่ต้องรักษาที่ต้นตอนั้นๆ

ผลิตภัณฑ์จาก SERGIS ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้

ผลิตภัณฑ์จาก SERGIS เป็นผลิตภัณฑ์ของสมุนไพรที่เอาไว้บำรุงตับ และเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เพราะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคที่่รักสุขภาพทั่วโลก

การที่เป็นโรคตับอักเสบแบบเฉียบพลันจะไม่เหมือนกับโรคตับอักเสบแบบอื่นๆ คือ จะแสดงอาการออกมาให้เรารู้ตัวแล้วเมื่อเราไปหาหมอ ก็ทานยาตามที่หมอสั่งหรือ ทางวิตามินทั่วไปก็จะหายเองได้

แต่ถ้าเป็นโรค 4 โรค ไวรัสบี ไวรัสซี แอลกอฮอล์ ไขมันตับ ตามนี้ จะไม่เหมือนกัน คือเป็นแล้วจะไม่หาย โรคเหล่านี้จะแอบไปเรื่อยๆ อยู่กับตัวของคุณ 10 ปี 20 ปี ก็ไม่หาย จะแฝงตัวอยู่ภายในไม่ให้ตุณรู้ตัวว่ามีโรคนี้อยู่ ถ้าไม่ตรวจก็จะไม่เจอเลยก็ว่าได้ และ เมื่อเป็นแบบนี้ไปนานๆ

สิ่งที่จะตามมาก็คือภาวะโรคตับแข็ง แต่การที่จะเป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลันนั้น จะหายทุกคน ถ้าบางคนเกิดเป็นแบบรุนแรงก็อาจจะถึงกับความตายได้ ขึ้นอยู่กับการที่คุณเป็นแล้วไปหาหมอทันเวลาหรือเปล่า ถ้าคุณเป็นคนที่เสพติดการกินยาสมุนไพร หรือ เชื่อว่ายาสมุนไพรนั้นทานเข้าไปแล้วจะทำให้ร่างกายของคุณดี แข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วยอะไร และ คุณก็ตะบีตะบัน กินไปเรื่อยๆ ไม่มีการหยุดพักซัก เดือนเลย คุณรู้ไหมว่าการกระทำแบบนี้จะทำให้ค่าเอ็มไซตับ หรือ เรียกง่ายๆว่าค่าตับเพิ่มขึ้น และ ค่านี้จะเป็นเหมือนกับ มอนิเตอร์การทำงานของตับ ยิ่งค่านี้เยอะ แปลว่าตับของคุณทำงานหนักมากๆ

ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับคุณน้ำสารๆอาหารต่างๆไปเข้าโรงงานที่เรียกว่าตับ ซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง คุณนำสารอาหารให้ตับไปตรวจสอบอยู่ตลอดโดยไม่มีเดือนไหน ให้โรงงานตับแห่งนี้ได้หยุดพักแลย จึงทำให้ตับทำงานอยู่ตลอดเวลาถึงตับจะเป็นอวัยวะที่อดทนมากแค่ไหน วันนึงตับก็พังได้ เหมือนคุณเปิดเครื่องยนต์เครื่องนึงทำงานตลอด บ้างที่เครื่องยนต์นั้นก็ร้อน และ ถ้าคุณไม่ได้ทำการปิดพักให้กับเครื่องยนต์นั้น ก็จะทำให้พังได้เหมือนกัน